พระอภัยมณี (เรื่องย่อ)

พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเป็นโอรสของท้าวสุทัศน์และพระนางประทุมเกสรผู้ครองกรุงรัตนา  เมื่อพระอภัยมณีและศรีสุวรรณเจริญวัยขึ้น  ท้าวสุทัศน์ให้ทั้งสองพระองค์ไปแสวงหาวิชาความรู้ตามแบบอย่างของกษัตริย์ทั้งหลาย พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเดินทางแสวงหาความรู้ไปจนถึงหมู่บ้านจันตคาม ได้พบทิศาปาโมกข์  ๒ คน คนหนึ่งชำนาญในทางปี่  คนหนึ่งชำนาญในทางกระบอง  พระอภัยมณีเลื่อมใสในทางปี่ ส่วนศรีสุวรรณเลือกศึกษาทางกระบอง  โดยทิศาปาโมกข์คิดค่าเรียนไว้เป็นทองแสนตำลึง  ทั้งสองพระองค์ใช้แหวนทองตีราคาเป็นค่าเรียนและได้เป็นศิษย์ศึกษาวิชาอยู่ในสำนักนั้น

เมื่อเรียนสำเร็จแล้วพระอภัยมณีและศรีสุวรรณก็ลาทิศาปาโมกข์กลับเมือง  ทิศาปาโมกข์มอบปี่ให้แก่พระอภัยมณีและมอบกระบองให้แก่ศรีสุวรรณ  ท้าวสุทัศน์ทรงทราบวิชาที่ทั้งสองร่ำเรียนมาก็กริ้วว่า เลือกเรียนวิชาชั้นต่ำไม่สมกับที่เป็นโอรสกษัตริย์  จึงขับไล่ออกจากบ้านเมือง  โอรสทั้งสองจึงต้องเดินทางระหกระเหินไปในป่าได้รับความลำบากยิ่ง  จนมาถึงชายทะเลแห่งหนึ่ง ได้พบกับพราหมณ์สามคน ชื่อวิเชียร โมรา และสานน  พราหมณ์วิเชียรมีความสามารถยิงธนูได้ทีละเจ็ดดอก  พราหมณ์โมรา มีความสามารถผูกหญ้าเป็นสำเภายนต์ ส่วนพราหมณ์สานนมีความสามารถเรียกลมเรียกฝนได้  ทั้งห้าต่างแสดงวิชาให้กันและกันชม พระอภัยมณีแสดงวิชาเป่าปี่ให้สามพราหมณ์ฟัง  เสียงปี่ทำให้ศรีสุวรรณและสามพราหมณ์นอนหลับหมดในเวลาไม่นานนัก

ในเวลานั้นนางผีเสื้อสมุทรตนหนึ่งออกหากิน ได้ยินเสียงเพลงปี่ของพระอภัยมณีก็เกิดความรู้สึกปั่นป่วนใจ  จึงตามหาต้นตอของเสียงปี่  เมื่อได้เห็นพระอภัยมณีก็เกิดความรัก  จึงอุ้มพระอภัยมณีไปไว้ในถ้ำของตนเอง  แล้วแปลงกายเป็นหญิงงาม พระอภัยมณีรู้ว่านางเป็นยักษ์ แต่ต้องจำใจอยู่กินกับนางผีเสื้อสมุทรถึงแปดปีจนเกิดโอรสคนหนึ่ง ชื่อ สินสมุทร

สินสมุทรเป็นเด็กที่แข็งแรงมาก วันหนึ่งขณะที่นางผีเสื้อสมุทรออกไปหากิน  สินสมุทรผลักก้อนหินปากถ้ำที่นางผีเสื้อปิดไว้เพื่อขังพระอภัยมณีและสินสมุทรให้อยู่ในถ้ำออก แล้วหนีไปเที่ยว พบเงือกชราตัวหนึ่งไม่รู้จักว่าเป็นตัวอะไร  จึงจับมาให้พระอภัยมณีดู เงือกชราอ้อนวอนขอให้พระอภัยมณีสั่งในสินสมุทรปล่อยตัวไป  โดยให้สัญญาว่าจะพาพระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทรไปยังเกาะแก้วพิสดาร โดยขอให้พระอภัยมณีทำอุบายให้นางผีเสื้อสมุทรออกจากถ้ำไปที่อื่นสามวัน พระอภัยมณีเห็นว่าเป็นช่องทางที่จะหนีจากนางผีเสื้อสมุทรได้ประกอบกับความสงสารเงือกชราที่ถูกสินสมุทรทรมานจึงขอให้สินสมุทรปล่อยเงือกชราไปและห้ามเล่าเรื่องนี้ให้นางผีเสื้อสมุทรฟัง

ต่อมานางผีเสื้อสมุทรฝันว่าเทวดาที่เกาะมาควักดวงตาทั้งสองข้างเหาะหนีไป  นางตกใจตื่นจึงเล่าความฝันให้พระอภัยมณีฟัง  พระอภัยมณีได้โอกาสจึงทำนายฝันว่านางผีเสื้อสมุทรกำลังมีเคราะห์จะต้องไปถือศีลสะเดาะเคราะห์  ห้ามกินเนื้อสัตว์  และไปถือศีลอยู่บนเขาสามคืน  นางผีเสื้อสมุทรเชื่อจึงออกไปถือศีลอดอาหารอยู่บนเขา พระอภัยมณีจึงเรียกให้เงือกชราพาหนีโดยมีเมียและลูกสาวเงือกชราติดตามมาด้วย

ครั้นครบกำหนดสามวัน  นางผีเสื้อสมุทรเลิกถือศีลกลับมายังถ้ำ  ไม่เห็นพระอภัยมณีและสินสมุทร  ก็รู้ว่ามีคนพาหนีจึงออกติดตามด้วยความโกรธ  เมื่อติดตามมาใกล้จะทัน  เงือกชราผัวเมียออกอุบายให้พระอภัยมณีไปกับลูกสาว  ส่วนตนเองและสินสมุทรจะหลอกล่อถ่วงเวลาไว้  เมื่อนางผีเสื้อตามทันเงือกชราผัวเมีย  นางจึงฆ่าเสียแล้วติดตามลูกสาวเงือกที่พาพระอภัยมณีหนีต่อไปยังเกาะแก้วพิสดาร  พอดีโยคีช่วยไว้ทัน  พระอภัยมณี  สินสมุทร  และนางเงือกจึงอาศัยอยู่กับพระโยคีที่เกาะแก้วพิสดารนั้น ส่วนนางผีเสื้อสมุทรเข้าไปบนเกาะไม่ได้  จึงวนเวียนอยู่ในบริเวณนั้น  พระอภัยมณีและสินสมุทรได้เรียนภาษาต่าง ๆ จากผู้คนหลายชาติหลายภาษาบนเกาะจนเชี่ยวชาญ ต่อมาพระอภัยมณีได้นางเงือกเป็นชายา  และภายหลังได้บวชเป็นฤาษีพร้อมกับสินสมุทร

ฝ่ายศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามคน  เมื่อตื่นขึ้นมาไม่พบพระอภัยมณีก็โศกเศร้า และออกติดตามหาพระอภัยมณีมาถึงเมืองรมจักรซึ่งมีท้าวทศวงศ์เป็นเจ้าเมือง  และมีพระธิดาชื่อ เกษรา  เป็นหญิงที่สวยงาม  มีเจ้าเมืองแขกชวาชื่อท้าว

อุเทนมาสู่ขอ  แต่ท้าวทศวงศ์ไม่ยกให้  ท้าวอุเทนจึงยกทัพมาตีเมืองรมจักร  ศรีสุวรรณและพราหมณ์ทั้งสามได้อาสาออกรบได้ชัยชนะ ท้าวทศวงศ์จึงจัดงานอภิเษกศรีสุวรรณกับพระธิดาเกษรา  ทั้งสองพระองค์มีพระธิดาชื่ออรุณรัศมี

กล่าวถึงท้าวสิลราช  เจ้าเมืองผลึก  มีพระธิดาชื่อสุวรรณมาลีได้หมั้นหมายกับโอรสเจ้าเมืองลังกาชื่อ อุศเรน  เมื่อใกล้กำหนดวันอภิเษก  นางสุวรรณมาลีฝันว่าได้ไปเที่ยวทะเล  เห็นดวงแก้วอยู่กลางเกาะ  นางเหาะไปหยิบได้  โหรทายว่าจะมีเคราะห์  แต่จะได้คู่ครองที่เหมาะสม นางรู้สึกไม่สบายใจ  ท้าวสิลราชจึงพาเที่ยวทะเลมาถึงเกาะแก้วพิสดาร  พระอภัยมณีและสินสมุทรขออาศัยเรือไปด้วย  เมื่อนางผีเสื้อรู้เข้าก็ทำลายเรือจนเรือแตก  ท้าวสิลราชสิ้นพระชนม์ในทะเล  พระอภัยมณีว่ายน้ำหนีไปบนเกาะแห่งหนึ่ง  นางผีเสื้อสมุทรติดตามพระอภัยมณีไปถึงเกาะ แต่ไม่สามารถขึ้นเกาะได้เพราะมนต์วิเศษของโยคีที่ให้พระอภัยมณีไว้ป้องกันตัว  นางผีเสื้อสมุทรขอร้องให้พระอภัยมณีกลับไปอยู่ด้วย แต่พระอภัยมณีไม่ยอม นางผีเสื้อจึงร่ายเวทย์ให้ฝนตก  พระอภัยมณีหนาวสั่นจึงตัดสินใจเป่าปี่สังหารนางผีเสื้อ  เมื่อนางผีเสื้อตาย  พระอภัยมณีรู้สึกสงสารจึงคิดจะปลงศพให้  แต่ชีปะขาวมาห้ามไว้  พระอภัยมณีจึงปล่อยนางให้เป็นหินอยู่ที่เชิงเขานั้น

ฝ่ายอุศเรนคู่หมั้นของนางสุวรรณมาลี  เมื่อทราบว่าคู่หมั้นของตนหายไปก็นำเรือออกค้นหา มาพบพระอภัยมณีที่เกาะกลางทะเล  จึงรับพระอภัยมณีมาด้วย  ส่วนสุวรรณมาลี เมื่อเรือแตกแล้ว สินสมุทรได้ช่วยเหลือนางและพาว่ายน้ำมาขึ้นที่เกาะแห่งหนึ่ง  พบเรือของโจรสุหรั่งจึงได้ขออาศัยเดินทางกลับเมืองผลึกระหว่างทางโจรสุหรั่งพยายามเกี้ยวนางสุวรรณมาลี สินสมุทรโกรธจึงฆ่าโจรสุหรั่งแล้วนำเรือออกค้นหาพระอภัยมณีมาถึงเมืองรมจักร สินสมุทรรบกับศรีสุวรรณเพราะเข้าใจผิด สินสมุทรจับศรีสุวรรณได้ แต่ภายหลังได้รู้ว่าเป็นอาหลานกัน ศรีสุวรรณ สินสมุทร สุวรรณมาลี และอรุณรัศมี จึงออกติดตามพระอภัยมณีจนพบเรือของอุศเรน อุศเรนขอสุวรรณมาลีคืนจากสินสมุทร สินสมุทรไม่ยอม เพราะรักนางสุวรรณมาลีเหมือนแม่ พระอภัยมณีขอร้องให้สินสมุทรคืนนางสุวรรณมาลีให้อุศเรนด้วยสำนึกบุญคุณที่อุศเรนให้อาศัยเรือมา แต่สินสมุทรก็ไม่ยอม การกระทำของพระอภัยมณีในครั้งนี้ทำให้นางสุวรรณมาลีโกรธมากในที่สุดสินสมุทรจึงรบกับอุศเรน  สินสมุทรจับอุศเรนได้ พระอภัยมณีขอให้ปล่อยอุศเรนไป เมื่ออุศเรนได้รับอิสรภาพกลับยกทัพมาต่อสู้อีกจนได้รับบาดเจ็บกลับลังกาไป

จากนั้นพระอภัยมณี  ศรีสุวรรณ สุวรรณมาลี  สินสมุทร  และอรุณรัศมีก็เดินทางไปเมืองผลึก มเหสีท้าวสิลราชทราบว่าพระสวามีจมหายไปในทะเลก็คิดจะอภิเษกพระอภัยมณีกับสุวรรณมาลีเพื่อให้ครองเมืองต่อไป แต่สุวรรณมาลีน้อยใจพระอภัยมณีอยู่ จึงหนีไปบวชชี ต่อมามีหญิงชื่อวาลี เป็นเชื้อพราหมณ์มีความรู้ไตรเพทและมีความเฉลียวฉลาด แต่รูปชั่วตัวดำ ได้อาสาเข้ารับราชการเป็นสนมพระอภัยมณีและออกอุบายให้พระอภัยมณีได้อภิเษกกับสุวรรณมาลี หลังจากนั้นศรีสุวรรณ สินสมุทร และอรุณรัศมีลาพระอภัยมณีและสุวรรณมาลีไปกรุงรัตนาเพื่อพบท้าวสุทัศน์และนางปทุมเกสร แล้วจึงกลับเมืองรมจักร ส่วนพระอภัยมณีก็ได้พระธิดาฝาแฝดกับนางสุวรรณมาลีชื่อสร้อยสุวรรณและจันทร์สุดา

          ส่วนทางเกาะแก้วพิสดาร นางเงือกคลอดพระโอรส โยคีตั้งชื่อให้ว่า สุดสาคร เมื่อเติบโตขึ้นมาได้ร่ำเรียนวิชากับโยคี จนเก่งกล้าได้ม้านิลมังกรเป็นพาหนะและมีอาวุธคู่กายคือไม้เท้าวิเศษที่โยคีมอบให้ เมื่อสุดสาครเจริญวัยรู้สึกคิดถึงพระบิดา จึงลาพระโยคีออกตามหาพระอภัยมณีระหว่างทางพบอันตรายต่างๆ ต้องต่อสู้กับผีดิบ และถูกชีเปลือยซึ่งต้องการม้านิลมังกรและไม้เท้าวิเศษหลอกผลักตกลงไปในเหว ชีเปลือยได้ม้านิลมังกรกับไม้เท้าแล้วก็เดินทางเข้าเมืองการเวก พระโยคีมาช่วยสุดสาครไว้แล้วบอกให้เดินทางติดตามชีเปลือยไปเอาของคืน เมื่อได้ของคืนแล้วสุดสาครได้พบกับท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวก ทรงรักสุดสาครมากตั้งให้เป็นโอรสโดยมีพระธิดาเสาวคนธ์เป็นเพื่อนเล่น

          ฝ่ายอุศเรน เมื่อกลับมาถึงลังกาก็จัดทัพเพื่อตีเมืองผลึกด้วยความแค้น โดยมีพระบิดาเป็นทัพหลวง ส่วนตนเองเป็นทัพหน้า การศึกครั้งนี้พระอภัยมณีได้นางวาลีเป็นกำลังสำคัญในการวางแผน กรุงผลึกจึงรบได้ชัยชนะ พระอภัยมณีจับอุศเรนได้ คิดจะปล่อยไป แต่นางวาลีเห็นว่าหากปล่อยไปภายหลังจะมารบอีก จึงใช้วาจายั่วจนอุศเรนกระอักเลือดอกแตกตาย ส่วนนางวาลีก็ถูกวิญญาณของอุศเรนสิงตายตามไป ส่วนเจ้าลังกาถูกธนูยิงหนีไปรวมไพร่พล เมื่อพระอภัยมณีส่งศพอุศเรนมาให้ ก็โศกเศร้าจนตายไปอีกคน ทหารจึงนำพระศพกลับไปลังกา

          ฝ่ายละเวงวัณฬาพระธิดาเจ้าเมืองลังกา เมื่อทำพิธีศพเสร็จก็ขึ้นครองเมือง มีสังฆราชเป็นที่ปรึกษา ช่วยกันวางแผนแก้แค้นเมืองผลึกโดยวาดรูปนางละเวงส่งไปให้เจ้าเมืองต่างๆ เพื่อขอให้มาช่วยรบ โดยมีนางละเวงเป็นรางวัลหากรบชนะ สังฆราชสอนวิธีทำเสน่ห์ยาแฝดให้นางละเวง และให้สร้างเมืองใหม่ใกล้ทะเล มีป้อมปราการมั่นคง

          ในบรรดาเจ้าเมืองที่มาอาสาช่วยนางละเวงรบ มีเจ้าละมานเจ้าเมืองทมิฬรวมอยู่ด้วย เจ้าละมานเห็นรูปนางละเวงก็หลงใหล จึงจัดทัพไปรบที่เมืองผลึก

          ฝ่ายพระอภัยมณีได้รู้กิตติศัพท์ของทัพเจ้าละมานว่ามีความเข้มแข็งกว่ามนุษย์ทั่วไปจึงใช้ปี่เป่าเป็นเพลงสะกดทัพเจ้าละมานให้หลับแล้วจับตัวขังกรงไว้ เจ้าละมานเมื่อแพ้ศึก ก็พร่ำเพ้อถึงแต่นางละเวง นำรูปขึ้นมากอดจูบ ผู้จึงนำรูปนางละเวงไปให้พระอภัยมณี  เมื่อพระอภัยมณีเห็นก็หลงรัก  พระอภัยมณีให้นำทหารทัพเจ้าละมานไปปล่อยเกาะเพื่อมิให้กลับมาทำสงครามได้อีก  เจ้าละมานเสียใจมากที่พ่ายแพ้และเสียดายรูปนางละเวงจนตาย  วิญญาณจึงเข้าสิงรูป ทำให้พระอภัยมณีหลงรูปนางละเวงจนเสียจริต  สุวรรณมาลีพยายามทำลายรูป  แต่รูปนั้นมีวิญญาณสิงอยู่ทำให้ทำลายรูปไม่ได้

สุดสาครพักอยู่ที่เมืองการเวกเป็นเวลานานก็รู้สึกคิดถึงบิดาจึงทูลลาท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกออกตามหาพระอภัยมณี  การเดินทางครั้งนี้มีเสาวคนธ์และหัสไชย  ธิดาและโอรสของท้าวสุริโยทัยตามไปด้วย  ระหว่างทางผ่านเกาะกาวิน  ผีเสื้อยักษ์โฉบเสาวคนธ์และหัสไชยไป  สุดสาครฆ่าผีเสื้อยักษ์ได้แก้วตาวิเศษสองดวง มอบให้น้องคนละดวงเพื่อป้องกันตัว  จากนั้นเดินทางมาถึงเมืองผลึก  เป็นเวลาเดียวกับที่พระอภัยมณีกำลังหลงรูปนางละเวง และมีทัพหลายทัพที่อาสานางละเวงมาตีเมืองผลึกล้อมเมืองอยู่  สุดสาครได้ช่วยสุวรรณมาลีรบ และได้พบศรีสุวรรณและสินสมุทรซึ่งเดินทางมาช่วยรบและได้แก้ไขพระอภัยมณีจนพ้นจากอาการคลุ้มคลั่งหลงรูปวาด  จากนั้นทั้งหมดก็ได้ช่วยรบกับกองทัพอาสาของนางละเวงถึงเก้าทัพคือ ทัพวิลยา ชวา  ฉวี  ละเมด มลิกัน  สำปันหนา  กะวิน  จีนตั๋ง และอังกุลา  จนได้ชัยชนะ

หลังเสร็จศึก สุดสาครทูลลาพระอภัยมณีกลับเมืองการเวก  ส่วนพระอภัยมณียกทัพไปตีเมืองลังกาเป็นการตอบแทน  นางละเวงให้เจ้าเซ็นระด่ำและเจ้ามะหุดออกมารบ  แต่ถูกทัพผลึกตีพ่ายไปสินสมุทรถูกปืนข้าศึกยิงตกน้ำ  ครั้นน้ำขึ้นร่างกายถูกพัดไปเกยหาดเมื่อถูกแดดก็ฟื้น  และลอบเข้าไปในเมืองใหม่ เห็นนางละเวงก็เข้าจับแต่จับไม่ได้ เพราะนางละเวงมีตราพระราหูคุ้มครอง  นางละเวงหนีกลับเมืองและตั้งค่ายกลตามตำราที่พระสังฆราชสอนไว้  และทำรถกลมีรูปนางละเวงนั่ง ศรีสุวรรณและสินสมุทรออกรบติดค่ายกลของนางละเวง  พระอภัยมณีเห็นเสียทีจึงเป่าปี่ห้ามทัพ  ทหารในกองทัพทั้งสองฝ่ายได้ยินเสียงปี่ก็หลับหมด  นางละเวงมีตราราหูคุ้มกันไว้จึงไม่หลับขี่ม้าออกรบกับพระอภัยมณี  พระอภัยมณีเห็นนางละเวงก็เกิดความรักจึงเป่าปี่เกี้ยวนางละเวง

นางละเวงได้ฟังเสียงปี่ก็หลงรักพระอภัยมณีแต่ก็หักใจควบม้าหนี  ระหว่างทางได้ดินถนันที่เรียกว่า นมพระธรณี  ซึ่งเป็นของวิเศษหากกินเข้าไปก็จะมีผิวพรรณผ่องใส  และได้พบบาทหลวงปีโปแห่งบ้านสิกคารนำ  นางละเวงขอยุพาผกาและสุลาลีวันซึ่งเป็นเด็กกำพร้าที่บาทหลวงปีโปเลี้ยงไว้ นำกลับไปเป็นลูกที่ลังกา  และเมื่อเดินทางมาถึงป่ากาลวัน  นางละเวงก็ได้อ้ายย่องตอดผีดิบมาเป็นทหารรับใช้ด้วย

ส่วนพระอภัยมณีหลังจากนางละเวงหนีไปแล้วก็ยึดเมืองใหม่ของลังกาได้  จากนั้นยกทัพเข้าตีด่านดงตาล นายด่านเสียชีวิตรำภาสะหรีลูกสาวนายด่านหนีไปเฝ้านางละเวงที่ลังกา  นางละเวงให้ยุภาผกาและสุลาลีวัน  ยกทัพไปรักษาด่านเจ้าเขาประจัน  ได้สู้รบกับเมืองผลึกอย่างเป็นสามารถแต่ไม่อาจเอาชนะได้  นางละเวงคิดจะหย่าศึก  ปรึกษาสังฆราช  สังฆราชออกอุบายให้นางละเวงลวงพระอภัยมณีให้เป่าปี่แล้วเผากองทัพเมืองผลึกเสีย  แต่นางละเวงนั้นรักพระอภัยมณีจึงปรึกษายุภาผกา 

ยุภาผกาเปิดสารที่บาทหลวงปีโปให้ไว้ออกดู ก็รู้ว่าเป็นชะตากรรม นางละเวงจึงออกอุบายให้ยุภาผกายกทัพออกไปหาพระอภัยมณี ให้พระอภัยมณีเป่าปี่เพื่อสะกดทัพแล้วพาพระอภัยมณีไปหานางละเวง พระอภัยมณีจึงเป่าปี่ ทำให้ทัพทั้งหมดหลับไปแล้วพระองค์กับยุภาผกาขึ้นรถนางละเวงไปเมืองลังกา ส่วนนางรำภาสะหรีก็ตัดหัวทหารที่มีหน้าตาคล้ายพระอภัยมณีส่งไปให้สังฆราช สังฆราชคิดว่าพระอภัยมณีตายก็เก็บศพไว้ แล้วส่งสารไปยังศรีสุวรรณว่าจับพระอภัยมณีได้แล้ว ให้เมืองผลึกเลิกทัพกลับไปแล้วจะปล่อยพระอภัยมณี

          ส่วนศรีสุวรรณเมื่อตื่นขึ้นมาไม่เห็นพี่ ก็ให้คนไปสืบและลอบเข้าไปนำศีรษะที่สังฆราชเก็บไว้ออกมาได้ คิดว่าเป็นพระอภัยมณีก็เสียใจ พอดีกับที่ทูตนำหนังสือจากสังฆราชมาให้ จึงจับทูตขังไว้แล้วให้สินสมุทรปลอมตัวเป็นทูตเข้าด่าน สินสมุทรจุดไฟเผาด่านและเปิดประตูรับกองทัพเมืองผลึก กองทัพลังกาแตกพ่าย สังฆราชหนีไป ศรีสุวรรณค้นหาศพที่สังฆราชเก็บไว้จนพบ ก็รู้ว่าไม่ใช่พระอภัยมณี จึงยกทัพล้อมลังกาไว้ นางละเวงต้องการให้เลิกศึกจึงให้พระอภัยมณี ส่งสารไปถึงศรีสุวรรณว่าจะอยู่ลังกา ขอให้ศรีสุวรรณนำทัพกลับเมืองผลึกไป ศรีสุวรรณกับสินสมุทรจึงออกอุบายว่าพ่อแม่ส่งสารมาถึงและขอเฝ้าพระอภัยมณี

          ต่อมาศรีสุวรรณและสินสมุทรได้เข้าเฝ้าพระอภัยมณีที่ลังกานางละเวงเห็นว่าทั้งสองเป็นผู้นำทัพ หากได้ตัวไว้ศึกก็จะสงบ จึงให้รำภาสะหรีและยุภาผกาทำเสน่ห์ไว้ไม่ให้กลับออกไปพราหมณ์ทั้งสามไม่เห็นศรีสุวรรณและสินสมุทรออกมาจึงส่งสารไปถึงนางสุวรรณมาลีให้ส่งคนมาช่วยนางสุวรรณมาลีส่งสารไปถึงนางเกษราและสุดสาครแล้วนางก็พาลูกเดินทางไปลังกาสุดสาครเมื่อได้รับสารก็รีบยกทัพไปช่วยพร้อมกับหัสไชย สุวรรณมาลีส่งสารไปถึงพระอภัยมณี นางละเวง ศรีสุวรรณ และสินสมุทร ฝ่ายนางละเวงได้รับสารก็มีสารโต้ตอบกลับมา สุวรรณมาลีได้รับสารตอบก็แค้นใจจะยกทัพเข้าลังกา แต่สุดสาครห้ามไว้และอาสาเข้าไปแก้เสน่ห์ในวัง แต่กลับถูกเสน่ห์ของนางสุลาลีวันเข้าอีกคน สุวรรณมาลีจึงส่งสารไปเมืองการเวกและเมืองรมจักร ท้าวทศวงศ์แห่งเมืองรมจักรยกทัพมากับนางอรุณรัศมี ส่วนท้าวสุริโยทัยเจ้าเมืองการเวกยกทัพมาพร้อมกับเสาวคนธ์และพราหมณ์ทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ พราหมณ์ทิศาปาโมกข์ให้หัสไชยนำธงยันต์ไปแก้เสน่ห์ พาสินสมุทร และสุดสาครออกมาได้ แต่ยุภาผกาและสุลาลีวันให้สังฆราชช่วยแก้ให้และให้ย่องตอดสะกดทัพลักพาสินสมุทร และสุดสาครกลับไป แล้วเขียนสารปลอมของสุดสาครตัดรักนางเสาวคนธ์ ทำให้นางเสาวคนธ์โกรธมากปลอมตัวเป็นชาวสิงหลไปหน้าป้อม ยิงแก้มสุลาลีวันด้วยธนู นางละเวงเห็นสุลาลีวันบาดเจ็บก็โกรธมากสั่งยกทัพออกตีค่ายนางสุวรรณมาลีกลางดึก ทัพเมืองการเวกเข้าช่วยสุวรรณมาลี ตีทัพเมืองลังกาแตกพ่าย พระอภัยมณีเป่าปี่เรียกนางละเวงแล้วคบคิดกับนางละเวงตีทัพเมืองผลึก โดยจะเป่าปี่ให้ทัพเมืองผลึกหลับแล้วเผา แต่เมื่อทัพลังกายกออกมา ทิศาปาโมกข์ให้ทหารเอาขี้ผึ้งอุดหู แล้วทำพิธีอันเชิญโยคีจากเกาะแก้วพิสดารมาช่วย และในขณะที่ทหารทั้งสองฝ่ายกำลังรบกันอย่างเอาเป็นเอาตายนั้น พระโยคีก็มาเทศนาให้สงบศึก ทุกฝ่ายสำนึกในความผิดของตน และให้สัตย์ว่าจะรักกัน นางละเวงพาทุกคนไปเที่ยวชมเขาโคตรเพชร นางเสาวคนธ์ขอโคตรเพชรจากนางละเวง นางละเวงก็ประทานให้ ขณะที่กำลังขุดโคตรเพชร แผ่นดินเมืองลังกาก็ไหวเพราะโคตรเพชรเป็นของดีประจำเมือง

          เมื่อเสร็จศึกพระอภัยมณีกลับเมืองผลึก แล้วอภิเษกสินสมุทรกับอรุณรัศมี แต่อรุณรัศมีได้ให้สัตย์ด้วยความโกรธสินสมุทรไว้ว่าจะไม่แต่งงาน นางจึงไม่ยอมเข้าหอ ทำให้สินสมุทรป่วยเป็นไข้ใจ ท้าวทศวงศ์จึงให้อรุณรัศมีไปพยาบาล ส่วนเสาวคนธ์เมื่อรู้ว่าจะต้องอภิเษกกับสุดสาครก็ปลอมตัวเป็นฤาษีชื่อพระอัคนี หนีไปจนถึงเมืองวาหุโลม ได้ต่อสู้กับเจ้าเมืองและตีเมืองได้ สุดสาครติดตามเสาวคนธ์ไปถึงเมืองวาหุโลม และได้นางเสาวคนธ์เป็นชายา

          ที่เมืองลังกา เมื่อพระอภัยมณีเสด็จกลับไปแล้ว นางละเวงมีโอรสชื่อมังคลา รำภาสะหรีมีโอรสชื่อวลายุดา ยุภาผกามีโอรสชื่อว่าวายุพัฒน์ และสุลาลีวันมีโอรสชื่อว่าหัสกัน นางละเวงมอบให้มังคลาครองเมือง สังฆราชยุให้มังคลาไปชิงโคตรเพชรคืนจากนางเสาวคนธ์ มังคลาจึงให้หัสกันและวายุพัฒน์ยกทัพไปตีเมืองการเวก และได้ชิงโคตรเพชรคืนไปลังกา ท้าวสุริโยทัยจึงส่งสารไปแจ้งข่าวที่เมือง ผลึกขณะนั้นพระอภัยมณีไปงานศพท้าวสุทัศน์ที่เมืองรัตนา หัสไชยซึ่งพักอยู่ที่เมืองผลึกจึงรีบกลับเมืองการเวก สุวรรณมาลีส่งสารไปถึงไปถึงนางละเวง แต่สารถูกมังคลาชิงไป มังคลาให้วายุพัฒน์และหัสกันยกทัพไปตีเมืองผลึก ทัพลังกายกมาตีเมืองผลึกและจับสุวรรณมาลี สร้อยสุวรรณ และจันทร์สุดา ไปกักขังไว้ที่ด่านดงตาล จากนั้นมังคลาให้วลายุดายกทัพไปตีเมืองรมจักร พระกฤษณาโอรสของศรีสุวรรณกับนางศรีสุดา ยุขันธ์บุตรพราหมณ์สานน มะหุดบุตรพราหมณ์วิเชียรและมังกรบุตรพราหมณ์โมรา ยกทัพต่อสู้แต่วลายุดาก็สามารถหลบหนี นำท้าวทศวงศ์และมเหสีไปขังไว้ที่ด่านดงตาลได้

          สุดสาครและเสาวคนธ์ทราบข่าวลังกายกทัพมาเผาเมืองการเวก จึงยกทัพไปเมืองลังกา เช่นเดียวกับหัสไชยที่ทราบว่าสุวรรณมาลีและสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดาถูกจับก็ยกทัพไปลังกา รบกับวายุพัฒน์และหัสกันตั้งแต่เช้าจนค่ำไม่มีใครแพ้ชนะ ทัพลังกาจึงกลับเข้าเมืองพอตกดึกหัสไชยยกพลมาตีทัพลังกาขณะกำลังหลับ รบกันถึงรุ่งเช้าพอดีสุดสาครยกทัพมาถึงจึงช่วยหัสไชยรบมังคลารบแพ้หนีไปอยู่ที่ด่านเขาเจ้าประจัน

          นางละเวงเมื่อทราบข่าวศึกก็โกรธลูกมาก จึงรีบออกไปช่วยสุวรรณมาลี สร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา ท้าวทศวงศ์ และมเหสี ที่ถูกขังอยู่ แล้วเชิญไปอยู่ที่ลังกา

          พระอภัยมณีและศรีสุวรรณเมื่อเสร็จงานศพท้าวสุทัศน์ทราบข่าวการศึกจึงยกทัพไปเมืองลังกาและส่งสารขอให้มังคลายอมแพ้แต่โดยดี แต่มังคลาไม่ยอมจึงรบกัน สังฆราชเห็นว่ามังคลาคงจะแพ้ศึก จึงเผาเมืองลังกา แล้วออกไปพบมังคลา จากนั้นจึงวางกลหุ่นพระอภัยมณี ศรีสุวรรณ สินสมุทร สุดสาคร และเสาวคนธ์ ผูกติดไม้กางเขนเพื่อห้ามทัพนางละเวง นางละเวงจึงถอยทัพกลับ ต่อมาวางกลหุ่นสุวรรณมาลี สร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา และหัสไชย เพื่อห้ามทัพพระอภัยมณี พระอภัยมณีจึงเป่าปี่เพื่อจับมังคลาและพรรคพวกมังคลามีตราราหูจึงหนีไปสังฆราช ส่วนวลายุดา วายุพัฒน์ และหัสกันถูกจับ แต่ภายหลังพระอาจารย์ของแต่ละคนช่วยให้หลบหนีไปได้ พระอภัยมณีเข้าเมืองลังกา อภิเษกสุดสาครกับนางเสาวคนธ์และหัสไชยกับสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดา หลังงานอภิเษกศรีสุวรรณพาท้าวทศวงศ์กลับเมืองรมจักร หัสไชยพาสร้อยสุวรรณ จันทร์สุดากลับเมืองการเวก สินสมุทรได้ครองเมืองผลึก สุดสาครได้ครองเมืองลังกา ส่วนพระอภัยมณีน้อยใจสุวรรณมาลีและนางละเวงจึงตัดกิเลสทางโลก ออกบวชเป็นฤาษี โดยมีนางสุวรรณมาลีและนางละเวงร่วมบวชเป็นชีรับใช้พระอภัยมณีอยู่ที่เขาสิงคุตร