เสด็จดับขันธปรินิพพาน

เมื่อพระพุทธองค์ตรัสรู้แล้ว และแสดงธรรมโปรดเวไนยสัตว์ได้บรรลุมรรคผล
ทรงประดิษฐานบริษัททั้ง ๔ คือ ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ในพรรษาที่ ๔๕ พระชนมายุ
๘๐ เสด็จจำพรรษา ณ ที่ บ้านเวฬุวคาม เขตเมืองไพสาลี ครั้นออกพรรษาแล้วก็เสด็จต่อไปจนลุถึงปาวาลเจดีย์
ได้ทรงปลงชนมายุสังขาร ในวัมาฆบุรณมี เพ็ญเดือน ๓ ต่อจากนั้นเสด็จไปสู่เมืองปาวานคร
และเสด็จเข้าพักอาศัยที่สวนอัมพวัม (สวนมะม่วง) ของนายจุนท์ช่างทอง นายจุนท์ถวายสุกรมัททวะ
(เห็ดมีพิษ) เป็นปัจฉิมบิณฑบาตทาน
เมื่อพระพุทธองค์เสวยเข้าไปแล้งก็บังเกิดอาการมึนเมา และทรงอาเจียนออกมาเป็นโลหิต
พระพุทธองค์เสด็จถึงป่าสาละวันของมัลลกษัตริย์ นครกุสินารา จึงรับสั่งในพระจุนทะเถระปูลาดอาสนะลงระหว่างต้นไม้สาละ
(ต้นรัง) คู่หนึ่ง หันพระเศียรไปทางทิศอุดรและประทับไสยาสน์ตั้งพระทัยจะไม่เสด็จลุกขึ้นอีก
ทรงประทานปัจฉิมโอวาทว่า "ดูกร ภิกษุทั้งหลาย จงทำกิจทั้งปวงให้ลุล่วงไปด้วยความไม่ประมาทเถิด"
แล้วเสด็จดับขันธปรินิพพานในราตรีกาล วันเพ็ญวิสาขมาส เดือน ๖